หมอเตือน 3 พฤติกรรมตอน "ต้มน้ำ" คนเดียวทำ แต่อาจเสี่ยงมะเร็งทั้งบ้าน!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1981/9909946/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgหมอเตือน 3 พฤติกรรมตอน "ต้มน้ำ" คนเดียวทำ แต่อาจเสี่ยงมะเร็งทั้งบ้าน!

หมอเตือน 3 พฤติกรรมตอน "ต้มน้ำ" คนเดียวทำ แต่อาจเสี่ยงมะเร็งทั้งบ้าน!

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

ต้มน้ำดื่มทุกวันต้องระวัง! 3 พฤติกรรมที่ควรเลี่ยง พร้อมวิธีต้มน้ำให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

การต้มน้ำดื่มเป็นวิธีที่หลายครอบครัวใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคในน้ำ แต่ความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการต้มเพียงอย่างเดียว ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำ ภาชนะที่ใช้ และวิธีเก็บรักษาหลังต้มด้วย

ศาสตราจารย์อู๋ จื้อกัง จากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยการแพทย์ถงจี้ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง ประเทศจีน เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอ้างถึงในรายงานต้นฉบับเกี่ยวกับพฤติกรรมการต้มน้ำที่ควรระวัง อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างบางประการเกี่ยวกับการสะสมของสารพิษและความเสี่ยงต่อมะเร็งยังต้องพิจารณาจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ไม่ควรสรุปว่าพฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดมะเร็งโดยตรง

1. ต้มน้ำเก่าซ้ำหลายครั้ง ควรพิจารณาคุณภาพน้ำเป็นหลัก

หลายคนมักเหลือน้ำไว้ในกาต้มหรือหม้อต้ม แล้วนำมาต้มซ้ำเมื่อต้องการใช้ในครั้งต่อไป มีข้อมูลเผยแพร่ที่เตือนว่าการต้มน้ำซ้ำอาจทำให้เกิดการสะสมของไนไตรต์และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่การต้มน้ำซ้ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็งในระดับอันตรายทันที

ตามรายงานต้นฉบับ ศาสตราจารย์อู๋ จื้อกัง อธิบายว่า การต้มน้ำซ้ำไม่ได้ทำให้ระดับไนไตรต์เพิ่มสูงขึ้นจนเกิดพิษเฉียบพลันในทันที อย่างไรก็ตาม การประเมินความเสี่ยงจำเป็นต้องพิจารณาคุณภาพน้ำตั้งต้นและปริมาณสารปนเปื้อนที่มีอยู่ด้วย ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปว่าการต้มน้ำซ้ำตามปกติจะทำให้เกิดมะเร็งทางเดินอาหารโดยตรง

สิ่งที่ควรระวังคือ การต้มน้ำไม่สามารถกำจัดสารเคมีปนเปื้อนบางชนิดได้ และการระเหยของน้ำอาจทำให้สารที่ไม่ระเหยบางชนิดมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้น หากน้ำมีสารปนเปื้อนอยู่ตั้งแต่แรก จึงควรเลือกใช้น้ำจากแหล่งที่เชื่อถือได้และมีคุณภาพเหมาะสำหรับบริโภค แทนการกังวลเรื่องการต้มน้ำซ้ำเพียงอย่างเดียว

2. ปิดฝาภาชนะระหว่างต้มน้ำ ต้องเข้าใจเรื่องสารปนเปื้อนให้ถูกต้อง

การปิดฝาระหว่างต้มน้ำเป็นวิธีปฏิบัติทั่วไปที่ช่วยลดการสูญเสียความร้อนและป้องกันสิ่งสกปรกตกลงไปในน้ำ จึงไม่ควรสรุปว่าการปิดฝาหม้อหรือกาต้มน้ำเป็นพฤติกรรมอันตราย หรือทำให้สารก่อมะเร็งสะสมในน้ำโดยอัตโนมัติ

ในรายงานต้นฉบับ ศาสตราจารย์อู๋ จื้อกัง กล่าวถึงสารไตรฮาโลมีเทน (Trihalomethanes: THMs) ซึ่งเป็นสารพลอยได้ที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการฆ่าเชื้อในน้ำประปาด้วยคลอรีน โดยคลอโรฟอร์มเป็นหนึ่งในสารกลุ่มนี้ สารดังกล่าวสามารถระเหยได้ และปริมาณที่พบในน้ำขึ้นอยู่กับแหล่งน้ำและกระบวนการบำบัด

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าการปิดฝาภาชนะระหว่างต้มจะทำให้สารเหล่านี้ควบแน่นกลับลงไปจนมีความเข้มข้นสูงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพทุกกรณี หากสงสัยว่าน้ำมีการปนเปื้อนสารเคมี ควรเลือกใช้น้ำจากแหล่งที่ปลอดภัยหรือขอคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะการต้มไม่สามารถกำจัดสารเคมีได้ทุกชนิด

3. ใช้กาต้มน้ำเก่าที่มีตะกรันสะสม ควรทำความสะอาดสม่ำเสมอ

เมื่อใช้กาต้มน้ำเป็นเวลานาน อาจเกิดคราบสีขาวหรือสีขุ่นเกาะบริเวณก้นกาและผนังด้านใน คราบเหล่านี้มักเกิดจากแร่ธาตุในน้ำ เช่น แคลเซียมและแมกนีเซียมที่ตกตะกอนเมื่อได้รับความร้อน การมีตะกรันจึงไม่ได้หมายความว่ามีโลหะหนักหรือสารก่อมะเร็งปนเปื้อนอยู่เสมอไป

รายงานต้นฉบับยังกล่าวถึงความเสี่ยงจากโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม นิกเกิล และโครเมียม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหากได้รับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่มากเพียงพอหรือเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าตะกรันในกาต้มน้ำทั่วไปเป็นแหล่งสะสมโลหะหนักเหล่านี้ หรือว่าการต้มน้ำจะทำให้โลหะหนักหลุดออกจากตะกรันทุกครั้ง

สิ่งที่ควรทำคือทำความสะอาดกาต้มน้ำตามคำแนะนำของผู้ผลิต และตรวจสอบสภาพภาชนะเป็นประจำ หากพบสนิม ผิวด้านในหลุดลอก หรือมีรอยชำรุด ควรหยุดใช้งานและพิจารณาเปลี่ยนภาชนะ การดูแลอุปกรณ์ให้สะอาดและอยู่ในสภาพดีเป็นวิธีที่เหมาะสมในการลดความเสี่ยงจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน

วิธีต้มน้ำดื่มให้ปลอดภัยที่ควรรู้

  • เลือกใช้น้ำจากแหล่งที่เชื่อถือได้และเหมาะสำหรับการบริโภค

  • หากต้องต้มน้ำเพื่อฆ่าเชื้อ ควรต้มน้ำให้เดือดพล่านตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของน้ำดื่ม

  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำที่สงสัยว่าปนเปื้อนสารเคมีหรือโลหะหนัก โดยหวังว่าการต้มจะทำให้ปลอดภัย

  • ทำความสะอาดกาต้มน้ำและกำจัดตะกรันตามคำแนะนำของผู้ผลิต

  • เก็บน้ำต้มสุกในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิด และหลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะที่ชำรุด

ท้ายที่สุด การต้มน้ำเป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคในน้ำ แต่ไม่ได้ช่วยกำจัดสารปนเปื้อนทุกชนิด การเลือกแหล่งน้ำที่ปลอดภัย ดูแลภาชนะให้สะอาด และเก็บรักษาน้ำอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกัน ควรตรวจสอบข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับสารพิษและมะเร็งจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพของคนในครอบครัวได้อย่างถูกต้อง

 

 

แหล่งอ้างอิง

  1. Centers for Disease Control and Prevention (CDC) — แนวทางการต้มน้ำเพื่อความปลอดภัย
  2. Health Canada — ข้อมูลไนเตรตและไนไตรต์ในน้ำดื่ม
  3. Australian Drinking Water Guidelines — ข้อมูลสารไตรฮาโลมีเทนในน้ำดื่ม
  4. Health.tvbs และ EBC ตามที่ระบุในต้นฉบับ โดยรายละเอียดคำกล่าวของศาสตราจารย์อู๋ จื้อกังควรตรวจสอบกับรายงานต้นทางก่อนเผยแพร่

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :SOHA